start up เริ่มต้นหางานทำในโลกออนไลน์

หากใครเคยได้อ่านหนังสือ ยกเครื่องความคิด Rework และ The Lean Startup คุณจะเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจสตาร์ทอัพทันทีว่ามันเต็มไปด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ มากมาย รวมถึงความไม่แน่นอนด้วย ประเด็นคือทำอย่างไรที่เราจะใช้ข้อจำกัดที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

บทความนี้ Martin Zwilling (ผู้เขียน) กล่าวถึงการเริ่มต้นทำธุรกิจของผู้ประกอบการมือใหม่ ที่มักคิดว่าจะต้องมีเงินจำนวนมากมารองรับ แต่อย่างไรก็ตามกว่า 80% ของสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จที่เขาเคยพบเจอนั้น ต่างเริ่มต้นธุรกิจด้วยทุนของตัวเองประมาณ 10,000 เหรียญ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงในการสตาร์ทธุรกิจได้ดีทีเดียว

การเริ่มต้นธุรกิจใหม่สักตัวโดยมีงบที่จำกัด และไม่มีนายทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง ฝรั่งเขาเรียกว่า Bootstrap หรือ Bootstrapping (อย่าได้สับสนกับ Bootstrap ที่ใช้ทำเว็บแบบ Responsive นะครับ) ซึ่งเป็นวิธีเดียวถ้าคุณไม่อยากเสียเวลาหลายเดือนไปกับการเตรียมตัว Pitch ต่อหน้านักลงทุน Bootstrapping ยังมีข้อดีตรงที่คุณไม่ต้องกังวลเรื่องแรงกดดันและความเสี่ยงที่มาจากฝั่งนักลงทุน

Martin Zwilling เคยเป็น Mentor ให้กับสตาร์ทอัพหลายราย ได้เผยแนวทางที่เขาได้เรียนรู้และรวบรวมมาจากผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นใช้แนวทางดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงความอึดอัดที่เกิดขึ้นจากการเริ่มต้นทำธุรกิจที่ได้รับเงินทุนจำนวนมากจากนักลงทุนขี้กลัวทั้งหลาย

7 แนวทางแห่งการเริ่มต้นหางานทำ เพื่อสร้างธุรกิจให้ประสบผลลัพถ์

1. ทำธุรกิจที่คุณรู้จักและหลงรัก
เคล็ดลับที่นำไปสู่ความล้มเหลว คือ การเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ซึ่งเป็นธุรกิจที่คุณไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน คุณอยากทำเพียงเพราะเห็นว่าธุรกิจนั้นมีศักยภาพที่ดีน่าลงทุน อย่างไรก็ตามทุกธุรกิจมักมีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้เสมอ และการที่คุณขาดความรู้ในธุรกิจนั้น ๆ อย่างลึกซึ้ง จะทำให้คุณมีต้นทุนมหาศาลโดยเฉพาะต้นทุนการเรียนรู้ นอกจากการทำธุรกิจที่คุณรู้จักและหลงรักแล้ว การมี Connection ที่ดีก็ช่วยให้ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจหลายอย่างเสร็จสิ้นได้โดยใช้เงินเพียงเล็กน้อย

2. หาทีมที่ยอมทำงานเพื่อเป็นหุ้นส่วนมากกว่าเพื่อเงิน
ใครก็ตามที่คุณดึงมาร่วมทีมด้วย ทุกคนต้องเข้าใจว่าความล้มเหลวของทีม คือ ความล้มเหลวของธุรกิจ มากกว่าคาดหวังเรื่องเงินในภายภาคหน้า การจัดการพนักงานและสัญญาจ้างทั้งยุ่งยากและมีต้นทุนสูง ซึ่งผู้ประกอบการมือใหม่จะจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ไม่ดีนัก การให้สมาชิกในทีมเป็นหุ้นส่วน จึงเป็นหลักประกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ทีมยอมร่วมหัวจมท้ายและโฟกัสกับธุรกิจ

3. กำหนดแผนจากงบที่คุณมี แทนที่จะกำหนดจากปรารถนาของคุณเอง
ผู้ประกอบการใด ๆ ก็ตามที่เริ่มต้นธุรกิจแบบไร้แผนจะต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่นเดียวกันคนเหล่านั้นจะต้องแบกรับความกดดันที่จะคงความนิยมเอาไว้ตามหน้าสื่อ ทำให้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเอาใจนักลงทุน ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ยอมรับว่าการใช้เงินที่มากเกินไปจะทำให้การตัดสินใจแย่ลง และเกิดการควบคุมไม่อยู่

4. อย่าเพิ่งมองหาออฟฟิศจนกว่าคุณจะได้ลูกค้า
ทุกวันนี้การทำสตาร์ทอัพโดยสมาชิกอยู่กันคนละมุมโลกเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว เพราะทุกคนต่างมีสมาร์ทโฟน วิดีโอ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงช่วยอำนวยความสะดวก ค่าใช้จ่ายสำหรับสำนักงานเป็นต้นทุนที่แพงเอาเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้ออุปกรณ์ การจัดสรรพนักงาน และค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทาง ที่ควรทำคือมีเว็บไซต์ เพราะช่วยให้ธุรกิจของคุณดูน่าเชื่อถือ (แม้ไม่มีออฟฟิศ) เทียบเท่ากับคู่แข่งรายใหญ่ได้เช่นกัน

5. ดีลเรื่องค่าธรรมเนียมล่วงหน้าจากพาร์ทเนอร์แทนที่จะขอรับเงินสด
ถ้าวิธีแก้ปัญหาของคุณมีคุณค่าจริง พาร์ทเนอร์ในอนาคตย่อมกระโจนเข้ามาร่วมวงด้วยอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าลืมเจรจาเรื่องค่าลิขสิทธิ์หรือค่าธรรมเนียมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะการขอส่วนลด เพราะทั้งเวนเดอร์และพาร์ทเนอร์จะเข้าใจเรื่องกระแสเงินสดที่ธุรกิจเกิดใหม่ของคุณต้องจัดการ ถือซะว่าใช้โอกาสนี้เพื่อฝึกทึกษะการขายของคุณเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ไปในตัว

6. ต่อรองการจัดการสินค้าคงคลังกับซัพพลายเออร์ และผู้จัดจำหน่าย
ถ้าคุณขายสินค้า ซัพพลายเออร์ หรือผู้จัดจำหน่ายจะทำหน้าที่ส่งสินค้าที่อยู่ในคลังแทนคุณ แต่ถ้าคุณขายบริการอย่ากล้วที่จะขอบวกค่าบริการเพื่อชดเชยต้นทุนของคุณ การทำธุรกิจคือการต่อรอง แต่ผู้ประกอบการมือใหม่ที่มีเงินมากมักเกรงใจที่จะต่อรองกับคู่ค้า

7. เลือก Business Model ที่เพิ่มประสิทธิภาพแก่กระแสรายได้และเวลาของคุณ
ตัวอย่าง Business Model ยอดนิยม เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมสมาชิกรายเดือน และค่าบริการเสริมต่าง ๆ หรือการขายสินค้าครั้งเดียวจบ อีกตัวอย่างหนึ่งคือการสร้างเว็บอีคอมเมิร์ซแทนที่การค้าปลีกแบบดั้งเดิม เพื่อให้ธุรกิจสามารถขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงแก่ลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก
หนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินและลดความเสี่ยง คือ การใช้ Social Media ซึ่งมีข้อดีคือฟรี และสามารถใช้หยั่งเสียงได้ว่าวิธีการแก้ปัญหาของคุณมีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่คุณจะลงทุนเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในการผลิตสินค้าและบริการ นอกจากนี้ Social Media ยังเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง และราคาไม่แพงสำหรับใช้ทำการตลาดให้กับธุรกิจของคุณได้อีกด้วย
คุณอาจมองเงินเริ่มต้นธุรกิจที่มีจำกัดว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด หรือเป็นสิ่งกระตุ้นช่วยให้คุณทำธุรกิจได้อย่างสร้างสรรค์มากขึ้นก็ได้ การทำสตาร์ทอัพมักเน้นที่ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม แต่คู่แข่งรายใหญ่ก็สามารถที่จะลอกเลียนแบบ Solution ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตลาดได้ทันที และแทบไม่มีความเสี่ยงเลย ดังนั้นจงให้ข้อจำกัดด้านการเงินเป็นตัวขับเคลื่อนให้คุณมุ่งชนะมากกว่าที่จะมองเป็นจุดอ่อนในการเริ่มต้นธุรกิจครับ

คนส่วนใหญ่มักจะ หางาน ทำเพิ่ม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม วันนี้เรามอง หางาน  จากงานที่เราต้องการ ส่วนมากมักจะ หางาน ในที่ต่างๆ แต่ในอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถ หางาน เพื่อทำเงินกับมันได้ เพียงแค่คุณเปิดใจที่จะ หางาน ทำได้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ทางไหน จุดเริ่มต้นอยู่ที่เรา หางาน กันทั้งหมด งานออนไลน์ ก็เป็นงานหนึ่งที่น่าจับตามอง


แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Scroll Up
error: Content is protected !!
%d bloggers like this: