เริ่มต้นอย่างไร ให้ได้งานที่เหมาะกับตัวมากเราที่สุด

บัณฑิตจบใหม่มักเจออุปสรรคในการหางาน ทำให้เรามักจะได้ยินเสียงบ่นเสมอๆ ว่าสมัครงานไปตั้งหลายที่แล้ว ทำไมถึงไม่ได้งานสักที อาจเป็นเพราะพวกเขายังไม่รู้ว่าที่สิ่งตัวเองได้เรียนมานั้นสามารถทำงานอะไรได้บ้างเลยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหางานอย่างไร จับจุดไม่ถูก วันนี้เราจึงมีคำแนะนำสำหรับการค้นหางานที่เหมาะกับตัวคุณมาฝากดังนี้

คิดในแง่บวก
คุณอาจรู้สึกไม่ดีกับตัวเองที่ยังหางานทำไม่ได้เสียที ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด ยิ่งเครียดก็ยิ่งท้อ เราอยากให้คุณลองคิดในแง่บวก เพื่อที่คุณจะได้มีกำลังใจ และไม่ท้อถอย ลองคิดดูสิว่า สิ่งที่คุณเรียนในห้องเรียน ความรู้ที่คุณได้รับ วุฒิที่คุณจบ ย่อมมีความสำคัญต่อธุรกิจประเภทที่คุณเรียน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เปิดหลักสูตรให้คุณเรียนหรอกจริงไหม
ลองเข้าไปท่องเน็ตเพื่อสำรวจดูว่ามีงานอะไรบ้างที่ต้องการรับคนที่มีวุฒิการศึกษาที่คุณเรียนจบมา คุณจะเริ่มเห็นแล้วว่า ยังมีช่องทางอีกมากมายสำหรับคุณ อย่ามัวแต่รู้สึกพ่ายแพ้อยู่เลย

สำรวจความสนใจ
ตั้งคำถามกับตัวเอง เพื่อสำรวจความสนใจของตัวคุณว่า คุณชอบงานในลักษณะไหน เช่น คุณชอบงานออฟฟิศหรือ ชอบงานที่ต้องพบปะผู้คนมากกว่า ถ้าชอบงานออฟฟิศก็มาคิดต่อว่า คุณสนใจงานที่อยู่ในธุรกิจประเภทไหน แล้วจดรายการออกมา แต่ถ้าคุณไม่ชอบอยู่กับที่ก็มีงานหลายอย่างที่เหมาะกับคุณ เช่น พนักงานต้อนรับในโรงแรม พนักงานขายพนักงานบริการลูกค้า มัคคุเทศก์ เป็นต้น จากนั้นคัดเลือกให้เหลือเฉพาะที่ตรงกับความสนใจและใกล้เคียงกับความรู้ที่คุณเรียนมาให้มากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ และที่ขาดไม่ได้ คือต้องพิจารณาจากระยะทางใกล้-ไกล ขนาดขององค์กร อัตราเงินเดือน และอื่นๆ ประกอบด้วย

เริ่มต้นเสียที
เมื่อโอกาสมาเยือนก็ควรกล้าที่จะลองเริ่มต้น บางคนไม่เริ่มเสียที มัวแต่คิดว่าอย่างฉันต้องได้ทำงานในบริษัทที่ดีกว่านี้ ลองยกอีโก้และความหยิ่งทระนงออกจากตัว แล้วเริ่มทำงานในระดับเริ่มต้นสำหรับเด็กจบใหม่ ถึงมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการก็ตาม แต่มันจะทำให้คุณรู้จักตัวเองดีขึ้น รู้ว่าตัวเองนั้นชอบอะไร และไม่ชอบอะไร ซึ่งเป็นบทเรียนที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของชีวิต ที่จะทำให้คุณรู้ว่างานนั้นเหมาะกับคุณหรือไม่ และคุณจะไปในทิศทางไหนต่อไป

ถึงจะช้าแต่อย่าหยุดก้าว
หางานที่เหมาะถ้าจนแล้วจนรอดคุณก็ยังหางานประจำทำไม่ได้ ลองมองหางานแบบชั่วคราวดูบ้างก็ไม่เสียหาย ถึงจะเป็นงานชั่วคราว แต่อย่างน้อยคุณก็ได้รู้จักคนเพิ่มขึ้นจากการทำงาน และในไม่ช้าสิ่งหนึ่งก็จะนำไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง คุณอาจค้นพบจุดแข็งของตัวเอง หรือพบความสนใจใหม่ๆ กับโอกาสใหม่ๆ ก็ได้ และนั่นอาจจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า งานแบบไหนที่เหมาะกับคุณ

การก้าวเดินอย่างช้าๆ ไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง แต่การหยุดเดินต่างหากที่น่าเป็นห่วง ดังนั้นขอให้ก้าวต่อไป อย่าเพิ่งหยุดนะคะ

จะเอาตัวรอดอย่างไรหากยังไม่มีงานทำ

คุณจะทำอย่างไรหากตกงาน หรือยังหางานทำไม่ได้? จะเอาตัวรอดอย่างไร เมื่อไม่มีรายได้ หรือรายได้มีเข้ามาไม่พอกับรายจ่าย? ลองดูทางเลือกเหล่านี้

1. จัดลำดับความสำคัญ เมื่อคุณตกงาน หรือ ถังแตก สิ่งแรกที่คุณควรทำคือจับจ่ายอย่างมีสติเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็รู้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้โดยง่าย ช่วงนี้ ไม่ใช่ เวลาที่เหมาะในการซื้อเสื้อผ้าใหม่ ออกไปช้อปปิ้ง หรือทำบัตรเครดิตเพิ่ม จำกัดการใช้จ่ายของตัวเองลงให้เหลือแต่สิ่งที่จำเป็นที่สุดเท่านั้น คือ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และบิลที่จำเป็นอย่างค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ

2. ทำจิตใจให้แจ่มใส จำไว้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชีวิตเรามีเรื่องให้รู้สึกยินดีอยู่เสมอ แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเพียงการที่คุณยังมีลมหายใจอยู่! ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายมากแค่ไหน จะต้องมีใครสักคนที่คุณรู้จัก หรืออย่างน้อยก็พ่อแม่ของคุณที่ยินดีจะยื่นมือเข้าช่วย ดังนั้น การคงความสดใสในชีวิตไว้ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ไม่ควรฟุ่มเฟือยไปกับความบันเทิง คนเรามักมีเรื่องที่จะไม่มีทางยอมเลิก ดังนั้น พิจารณาดูว่าอะไรที่สำคัญต่อความสุขในชีวิต แล้วหาทางรักษาสิ่งนั้นไว้ด้วยการใช้จ่ายที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

3. ขอความช่วยเหลือ หากคุณมีเพื่อนหรือครอบครัวที่พอช่วยคุณได้ จงน้อมรับความช่วยเหลือนั้นไว้ ขอบคุณทุกคนซะ แต่ก็อย่าหวังที่จะพึ่งพาคนอื่นเพียงอย่างเดียว จงตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่าจะให้ความช่วยเหลือกับคนอื่นที่กำลังลำบากเช่นกัน หากคุณผ่านวิกฤติชีวิตครั้งนี้ไปได้ แล้วทำให้ได้จริงตามที่ตั้งใจ หากคุณหมดหนทางจนต้องกลับไปขอเงินพ่อแม่ บันทึกเอาไว้ว่าพวกท่านช่วยเหลือคุณเป็นเงินเท่าใด แล้วตั้งเป้าที่จะเก็บเงินมาคืนท่านในภายหลัง แม้จะต้องใช้เวลาสะสมเงินมาคืนเป็นปี หรือแม้ว่าสุดท้ายแล้วท่านจะไม่ยอมรับเงินที่คุณนำมาคืนก็ตาม

4. ทำงานให้หนัก! นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคร่ำครวญถึงโชคชะตาชีวิตอันโหดร้าย จงออกไปทำงานอะไรก็ตามที่คุณพอทำได้ อาจจะ 1 งาน 2 งาน หรือ 3 งาน ทำงานให้หนัก ทำให้เต็มกำลังที่มี แม้งานที่ทำอยู่จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับสาขาที่จบมา มองหาโอกาสใหม่ ๆ เช่น งาน part time ที่จะช่วยให้สถานการณ์ของคุณดีขึ้นได้ หากคุณอยู่ไม่ได้ถ้าไม่ได้ไปชมภาพยนตร์ ก็ลองหางานที่โรงภาพยนตร์ทำสักสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง หาทางใช้ทักษะที่คุณมีให้เป็นประโยชน์ โดยอาจนำมาทำงานหาเงินพิเศษได้ เช่น หากคุณมีความสามารถในการถักนิตติ้ง ก็ถักชิ้นงานขึ้นมา แล้วลองลงขายทางเว็บไซต์ดู หากคุณทำงานหนักมากพอ ไม่มีทางที่ความพยายามของคุณจะถูกมองข้าม แล้วในที่สุดสถานการณ์จะดีขึ้นได้
ไม่มีงานทำ

5. เก็บเล็กผสมน้อย ให้ความสำคัญกับเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหน การเอาตัวรอดในโลกที่คุณต้องพึ่งพาตัวเองนั้นจะต้องอาศัยความหลักแหลม ลองเก็บขวดเก่าไปขาย ฝึกทำอาหารให้ได้ปริมาณมากในราคาถูก ซื้อของใช้ในบ้านอย่างกระดาษทิชชู่หรือผงซักฟอกขนาดใหญ่เพื่อที่จะประหยัดได้ในระยะยาว หากคุณต้องขับรถไปทำงาน ลองหาเพื่อนร่วมทางที่ติดรถไปด้วยกันได้ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สิ่งเหล่านี้ช่วยคุณได้เช่นกัน

6. รู้ตัวว่าควรยอมแพ้เมื่อใด ข้อสุดท้าย สังเกตพัฒนาการในชีวิตอยู่เสมอ หากคุณได้ลองทุกวิถีทางเพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ก็ต้องรู้ด้วยว่าเวลาไหนที่ควรจะถอดใจ หาทางออกเอาไว้หากเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด แม้ทางออกนั้นจะเป็นการย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ รู้ลิมิตตัวเองว่าควรยอมยกธงขาวเมื่อใด และอย่าเสียใจที่ยอมแพ้ เมื่อได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว


คนส่วนใหญ่มักจะ หางาน ทำเพิ่ม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม วันนี้เรามอง หางาน  จากงานที่เราต้องการ ส่วนมากมักจะ หางาน ในที่ต่างๆ แต่ในอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถ หางาน เพื่อทำเงินกับมันได้ เพียงแค่คุณเปิดใจที่จะ หางาน ทำได้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ทางไหน จุดเริ่มต้นอยู่ที่เรา หางาน กันทั้งหมด งานออนไลน์ ก็เป็นงานหนึ่งที่น่าจับตามอง


แสดงความคิดเห็น

Scroll Up
error: Content is protected !!
%d bloggers like this: