ความสำเร็จของการทำงาน ที่ตัวเราสร้างมันขึ้นมาได้

เชื่อว่าคุณคงเคยได้ยินคำถามจากเพื่อน ๆ ต่างองค์กรว่า บริษัทที่คุณทำงานอยู่มีกลยุทธ์หรือไม่ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้างาน ต่างต้องตอบว่า “มีสิ” แต่หากถามต่อไปว่า แล้วองค์กรของคุณจัดการนำกลยุทธ์ที่ว่ามีนั้นไปสู่การปฏิบัติอย่างไร คำตอบที่ชัดถ้อยชัดคำอาจจะน้อยลงไปถนัดตาก็ได้

ที่ปรึกษาชั้นนำด้านการบริหารงานบุคคลและการพัฒนาองค์การหลายท่าน ให้มุมมองที่สอดคล้องกันว่า ในการแปรกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลนั้น มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องแยกออกได้สัก 7 ประการ ดังนี้

1)การหมั่นสำรวจความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป “Changing of Customer Needs” ซึ่งองค์การเองจะต้องทำการพิจารณาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ขององค์การให้ตามทันการเปลี่ยนแปลง โดยพึงระวังไว้เสมอว่า เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป ความต้องการของลูกค้าอาจจะเปลี่ยน และเมื่อนั้น กลยุทธ์ที่สู้อุตสาห์วางไว้ อาจไม่สามารถใช้อย่างได้ผลก็ได้

2)ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศ “Information Technology Change” โดยเฉพาะในบริบทของระบบเศรษฐกิจฐานความรู้และโลกาภิวัตน์ ข้อมูลคือพลังอำนาจใหม่ที่นำความเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อองค์กรธุรกิจที่ต้องตามให้ทันและต้องสามารถใช้ข้อมูลสารสนเทศที่มีเพื่อสร้างความได้เปรียบในเชิงแข่งขันของธุรกิจให้ได้ การสร้างความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีนี้ อาจทำได้โดยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาร่วมสร้างการเรียนรู้ของผู้ปฏิบัติงานนี้ ซึ่งจะข่วยขยายศักยภาพขององค์การและบุคลากรให้มากขึ้น

3)ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมขององค์การ “Internal Creativity and Innovation” เมื่อกลยุทธ์คือสิ่งท้าทายใหม่ที่องค์กรต้องกำหนดขึ้นและนำมาใช้ องค์กรจึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์และนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้เพื่อรองรับสิ่งท้าทาย โดยมีพื้นฐานที่คนในองค์การก็ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงด้วย

4)วัฒนธรรมองค์การ “Organization Culture” ที่ต้องสนับสนุนหรือเกื้อกูลการปฏิบัติตามกลยุทธ์ของบริษัท วัฒนธรรมองค์การที่เกื้ออหนุนดังกล่าวได้แก่ การมีรูปแบบของการประสานงานอย่างพี่น้อง คอยสนับสนุนให้กำลังใจกัน กล้าคิดกล้าทำ หารือหรือพูดจากันอย่างไม่เป็นทางการให้มาก เป็นต้น

5)การสร้างความสอดคล้อง “Alignment” ด้วยการตัดเรื่องที่ก่อให้เกิดความสับสนหรืออาจนำมาสู่การขัดแย้งในการปฏิบัติงานให้มากที่สุด เช่น ตัดตัวชี้วัดผลการทำงานที่ไม่สอดคล้องหรือไม่สนับสนุนต่อการทำงานแบบร่วมมือกันออกไป เนื่องจากเรื่องนี้อาจทำให้พนักงานในแต่ละแผนก ไม่กล้าประสานงานกัน

6)ความสามารถของทีมงาน “Workforce Capability” ซึ่งก็หมายถึงคนที่ต้องมีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับกลยุทธ์และไม่ท้อถอยต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากกลยุทธ์ และการปฏิบัติที่จะเกิดขึ้น

7)ภาวะผู้นำ “Leadership” โดยผู้นำต้องรับผิดชอบต่อผลกำไรและการขาดทุนขององค์การ ผู้นำจึงต้องพยายามสร้างสมดุลระหว่างผลการประกอบการในระยะยาวและระยะสั้น โดยมิใช่สนใจแต่เรื่อของผลการประกอบการในระยะสั้นมากเกินไป
นอกจากนี้ ผู้นำหรือผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำนั้น จะต้องสามารถอธิบายและแสดงเหตุผลในการปฏิบัติตามกลยุทธ์เชื่อมโยงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กรต่อผู้ปฏิบัติงานได้ โดยเน้นในการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งเมื่อพนักงานยอมรับการเปลี่ยนแปลงแล้ว พนักงานจะเข้ามีส่วนร่วม (Buy-in) และเกิดแรงบันดาลใจ (Motivation) ในการทำงานและการพัฒนาทักษะการทำงานของตนอย่างต่อเนื่อง

เชื่อว่าความรู้ที่หยิบมาเล่าให้ฟังนี้ หัวหน้างานในบริษัทจะได้ประโยชน์มากน้อยแตกต่างกันบ้าง โดยช่วยให้เราอมบภาพได้ว่าการที่จะทำให้กลุยุทธ์ที่องค์การกำหนดไว้จะนำไปปฏิบัติได้โดยประสบผลสำเร็จต้องพิจารณาสิ่งใดและรู้ว่าจะดูแลจัดการสิ่งต่าง ๆ นี้ให้เรียบร้อย

คนส่วนใหญ่มักจะ หางาน ทำเพิ่ม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม วันนี้เรามอง หางาน  จากงานที่เราต้องการ ส่วนมากมักจะ หางาน ในที่ต่างๆ แต่ในอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถ หางาน เพื่อทำเงินกับมันได้ เพียงแค่คุณเปิดใจที่จะ หางาน ทำได้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ทางไหน จุดเริ่มต้นอยู่ที่เรา หางาน กันทั้งหมด งานออนไลน์ ก็เป็นงานหนึ่งที่น่าจับตามอง


แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Scroll Up
error: Content is protected !!
%d bloggers like this: