ก่อนจะหางาน หาตัวเองให้เจอก่อนดีกว่า?

“เรียนจบแล้วทำงานที่ไหนดี”

“เรายังไม่เก่งเลยเค้าจะรับเรารึเปล่านะ?”

“ไปทำงานที่บริษัทใหญ่ หรือ Startup ดีนะ”

โลกภายนอกมันกว้างกว่ามหาวิทยาลัยมากๆ เลยไม่แปลกที่คนจบใหม่ หรือคนที่กำลังหางานใหม่จะรู้สึกว่าเลือกไม่ถูก มีเยอะแยะไปซะหมด

เร็วๆ นี้ ก็มีคนมาปรึกษาเรื่อง ก่อนจะหางาน ก็เลยย้อนนึกถึงตัวเองตอนจบใหม่ๆ ว่ามันเป็นช่วงที่ยากเหมือนกันนะ มีคำถามเยอะแยะมากมายที่ไม่รู้จะไปถามใคร ก็เลยอยากจะมาเขียนบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการหางาน รวมไปถึงการเลือกงาน แม้จะเข้าทำงานในบริษัทแล้ว จากประสบการณ์ที่เคยทำงานบริษัทใหญ่ ฟรีแลนซ์ และเพิ่งมาทำงานใน Startup

ก่อนจะหางาน มาหาตัวเองกันก่อน

ข้อนี้น่าจะเป็นข้อที่สำคัญที่สุดเลยของการหางาน และอาจจะเป็นข้อที่ยากที่สุดด้วย สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการหางานที่ผ่านมา คือ

Be honest to yourself, be honest to others, you will be able to do what you love.
สรุปคือ ขอแค่ซื่อสัตย์กับตัวเองและคนอื่น แล้วมันจะได้ทำในสิ่งที่เรารัก ถ้าแปลไทยเป็นไทย คือผมต้องการจะสื่อว่า

A. อย่าโกหกตัวเอง

ลองฟังเสียงภายในของเรา คิดว่าเราอยากทำอะไรที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่สังคมยัดเยียด ไม่ใช่สิ่งที่แค่ทำเพราะมันดูดี ลองสังเกตตัวเองในอดีตที่ผ่านมาเราทำอะไรได้ดี เราทำอะไรแล้วมีความรู้สึกมีความสุข มีโอกาสลองอ่านบทความนี้ดูฮะ

B. บอกสิ่งที่ตัวเองเป็น(และอยากเป็น) กับคนอื่นตรงๆ

เก่งอะไร ทำอะไรได้ดี อยากทำอะไร ชอบทำอะไร ไม่เก่งอะไร ประสบการณ์เป็นยังไง เล่ามันลงไปใน Resume เล่าตอนสัมภาษณ์ หรือแม้แต่บอกกับคนที่เราทำงานด้วย

ไม่จำเป็นว่าเราต้องเก่ง ขอแค่เราพอทำได้หรือมีความสนใจ ก่อนจะหางาน หรือมั่นใจว่าเราจะเรียนรู้มันได้ และใน Resume จะเขียนให้ดูดีนิดนึงก็โอเค บางทีเราอาจจะเกรงใจ ไม่ชอบพูดตรงๆ แต่ขอแค่กล้าพูดสิ่งที่เราอยากทำ

ถึงจะไม่ตรง Requirement ที่บริษัทต้องการบ้าง แต่ถ้ารวมๆ มีความเกี่ยวข้อง เค้าก็รับนะ (แต่อาจจะได้ตำแหน่งอื่น 555) แล้วก็ถ้าตัวเองไม่เก่ง ก็บอกไปตรงๆ ว่าไม่เก่ง หรือพอทำได้

เรื่องนี้สำคัญมากๆ เพราะว่าตอนทำงานบริษัทใหญ่ รุ้สึกว่างานยังไม่ตรงกับที่อยากทำมาก ก็จะพยายามบอกหัวหน้าบ่อยๆ ว่า “พี่บอส?(นามสมมติ) ครับ ผมอยากเป็น Project Manager ถ้ามีโอกาสอยากไปทำดู” ในที่สุดก็ได้ย้ายไปทำงานที่ใกล้เคียงกับที่อยากทำ แล้วก็สนุกกับมันมากๆ

ล่าสุดที่ผมเปลี่ยนงาน ผมรู้สึกว่าตัวเองชอบ และอยากทำงานที่ได้ออกแบบได้สร้าง Product ก็เลยเขียนโฟกัสไปเลย 3 อย่างว่า สิ่งที่ถนัดคือ Product Manager, Frontend Development และ UX Design ซึ่งแต่ละอย่างก็ไม่ใช่ว่าเราจะเก่งมาก แค่เคยทำมา แล้วเป็นสิ่งที่เรารัก อยากจะเก่ง และอยากจะทำมัน สุดท้ายผมก็ได้ไปทำเรื่องนั้นจริงๆ

แล้วพอเราหาตัวเอง พอได้จุดยืนของตัวเองระดับหนึ่ง เราก็มาหาบริษัทกัน

การเลือกงาน ไม่ใช่แค่การเลือกบริษัทหรือตำแหน่ง

สำหรับเรื่องนี้ อาจจะมีคำถามในใจเยอะมาก หางานจากที่ไหน เลือกยังไง เงินดีงานไม่ดีหรือเงินไม่ดีงานดี ฯลฯ

ผมไม่คิดว่าผมมีคำตอบให้กับคำถามพวกนี้ทั้งหมด แต่จะแชร์มุมมองเผื่อจะช่วยให้ได้แนวทางในการตัดสินใจมากขึ้น เท่าที่นึกออกมาได้ มี 3 อย่าง

A. เลือกที่ Product

อันนี้เป็นสิ่งที่รู้สึกว่า ถ้าเราได้เข้าไปทำบริษัทที่กำลังสร้าง Product หรือ Service ที่เราชอบ เราก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสิ่งที่เราชอบ มันจะทำให้เรามีความสุขมากกว่า และเราน่าจะทำมันได้ดีกว่าด้วย แต่สำหรับบริษัทใหญ่ อาจจะไม่แปลกที่แม้แต่พนักงานส่วนใหญ่ของบริษัท ไม่ค่อยเข้าใจ Product ของบริษัทจริงๆ

B. เลือกที่คน

เพราะว่าสุดท้ายแล้ว ก่อนจะหางาน เราจะได้เรียนรู้มากน้อยแค่ไหน เราจะมีความสุขกับการทำงานมากแค่ไหน มันอยู่ที่หัวหน้า หรือคนที่เราทำงานด้วย ถ้าเราไปอยู่ในที่ที่มีแต่คนเก่ง เราก็มีโอกาสได้เรียนรู้จากคนอื่นเยอะ ถ้าเราเข้ากับเค้าได้ ตอนทำงานก็มีความสุข

เป็นข้อที่สำคัญมาก แต่ว่ามันก็ไม่ง่ายที่จะดู เพราะว่าเราก็เจอแต่คนที่สัมภาษณ์ บางบริษัทดีหน่อยจะมีให้วนไปคุยกับคนในทีมด้วย หรือบางที่ก็อาจจะให้เราไปลองทำงานกับเค้าดู 1 วัน

C. เลือกที่วัฒนธรรมองค์กร (Culture)

อาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า Culture จะเป็นแก่นของบริษัทซึ่งจะเป็นตัวกำหนดความประสบความสำเร็จของบริษัทเลยทีเดียว จะว่าไปก็อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้มองเห็นง่ายๆ แต่ว่าเราก็สามารถถามจากคนที่ทำงานอยู่ หรือคนที่สัมภาษณ์เราได้ และแต่ละคนก็มีความเหมาะสมกับ culture ที่ไม่เหมือนกัน

Culture ที่ผมว่าน่าสนใจ เช่น

มีความสากล คือ มีชาวต่างชาติเยอะ ได้ใช้ภาษาอังกฤษบ่อย
เปิดกว้าง คือ รับฟังความคิดเห็น ไม่ว่าเราจะอายุน้อยหรือมาก
โปร่งใส คือ การตัดสินใจ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในบริษัทส่วนใหญ่ จะเข้าถึงได้โดยทุกคนในบริษัท
ความสนุกสนาน คือ มีการจัดกิจกรรม มีงานเลี้ยง บอร์ดเกมส์ ความบันเทิง
ความยืดหยุ่น คือ เข้างานไม่จำเป็นต้อง 8 หรือ 9 โมงเป๊ะ ขอแค่ทำงานเสร็จตามที่ได้รับมอบหมาย
ไม่มีการเมือง คือ มีอะไรพูดกันตรงๆ ไม่มานินทากันข้างหลัง หรือแบ่งพรรคพวก
และ อื่นๆ อีกมากมาย ผมเคยเขียนเกี่ยวกับ Culture ของบริษัท IT ลองไปอ่านกันดูได้ฮะ

บางที.. ก่อนจะหางาน เราอาจจะมองการเลือกบริษัท เหมือนการเลือกลงทุนในหุ้นได้ เพราะว่าการที่เราเข้าไปทำงาน มันก็คือการลงทุนเข้าไปอยู่ เรียนรู้ ช่วยสร้างบริษัทและตัวเราเองให้เติบโตไปด้วยกัน

เมื่อถึงวันที่เราต้องเลือก ก็ขอให้เชื่อมั่นในตัวเอง และเลือกมัน เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าการตัดสินใจเรา ก่อนจะหางาน มันจะพาเราไปทางไหน จนกว่าวันที่เราผ่านมันไปจนประสบความสำเร็จ และหันกลับมาดูการตัดสินใจของเรา

เลือกทำงานบริษัทใหญ่ๆ หรือ Startup ดี

 

สำหรับเรื่องนี้ อาจจะมีคำถามในใจเยอะมาก หางานจากที่ไหน เลือกยังไง เงินดีงานไม่ดีหรือเงินไม่ดีงานดี ฯลฯ

ผมไม่คิดว่าผมมีคำตอบให้กับคำถามพวกนี้ทั้งหมด แต่จะแชร์มุมมองเผื่อจะช่วยให้ได้แนวทางในการตัดสินใจมากขึ้น เท่าที่นึกออกมาได้ มี 3 อย่าง

A. เลือกที่ Product

อันนี้เป็นสิ่งที่รู้สึกว่า ถ้าเราได้เข้าไปทำบริษัทที่กำลังสร้าง Product หรือ Service ที่เราชอบ เราก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสิ่งที่เราชอบ มันจะทำให้เรามีความสุขมากกว่า และเราน่าจะทำมันได้ดีกว่าด้วย แต่สำหรับบริษัทใหญ่ อาจจะไม่แปลกที่แม้แต่พนักงานส่วนใหญ่ของบริษัท ไม่ค่อยเข้าใจ Product ของบริษัทจริงๆ

B. เลือกที่คน

เพราะว่าสุดท้ายแล้ว ก่อนจะหางาน เราจะได้เรียนรู้มากน้อยแค่ไหน เราจะมีความสุขกับการทำงานมากแค่ไหน มันอยู่ที่หัวหน้า หรือคนที่เราทำงานด้วย ถ้าเราไปอยู่ในที่ที่มีแต่คนเก่ง เราก็มีโอกาสได้เรียนรู้จากคนอื่นเยอะ ถ้าเราเข้ากับเค้าได้ ตอนทำงานก็มีความสุข

เป็นข้อที่สำคัญมาก แต่ว่ามันก็ไม่ง่ายที่จะดู เพราะว่าเราก็เจอแต่คนที่สัมภาษณ์ บางบริษัทดีหน่อยจะมีให้วนไปคุยกับคนในทีมด้วย หรือบางที่ก็อาจจะให้เราไปลองทำงานกับเค้าดู 1 วัน

C. เลือกที่วัฒนธรรมองค์กร (Culture)

อาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า Culture จะเป็นแก่นของบริษัทซึ่งจะเป็นตัวกำหนดความประสบความสำเร็จของบริษัทเลยทีเดียว จะว่าไปก็อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้มองเห็นง่ายๆ แต่ว่าเราก็สามารถถามจากคนที่ทำงานอยู่ หรือคนที่สัมภาษณ์เราได้ และแต่ละคนก็มีความเหมาะสมกับ culture ที่ไม่เหมือนกัน

Culture ที่ผมว่าน่าสนใจ เช่น

มีความสากล คือ มีชาวต่างชาติเยอะ ได้ใช้ภาษาอังกฤษบ่อย
เปิดกว้าง คือ รับฟังความคิดเห็น ไม่ว่าเราจะอายุน้อยหรือมาก
โปร่งใส คือ การตัดสินใจ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในบริษัทส่วนใหญ่ จะเข้าถึงได้โดยทุกคนในบริษัท
ความสนุกสนาน คือ มีการจัดกิจกรรม มีงานเลี้ยง บอร์ดเกมส์ ความบันเทิง
ความยืดหยุ่น คือ เข้างานไม่จำเป็นต้อง 8 หรือ 9 โมงเป๊ะ ขอแค่ทำงานเสร็จตามที่ได้รับมอบหมาย
ไม่มีการเมือง คือ มีอะไรพูดกันตรงๆ ไม่มานินทากันข้างหลัง หรือแบ่งพรรคพวก
และ อื่นๆ อีกมากมาย ผมเคยเขียนเกี่ยวกับ Culture ของบริษัท IT ลองไปอ่านกันดูได้ฮะ

บางที.. ก่อนจะหางาน เราอาจจะมองการเลือกบริษัท เหมือนการเลือกลงทุนในหุ้นได้ เพราะว่าการที่เราเข้าไปทำงาน มันก็คือการลงทุนเข้าไปอยู่ เรียนรู้ ช่วยสร้างบริษัทและตัวเราเองให้เติบโตไปด้วยกัน

เมื่อถึงวันที่เราต้องเลือก ก็ขอให้เชื่อมั่นในตัวเอง และเลือกมัน เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าการตัดสินใจเรา ก่อนจะหางาน มันจะพาเราไปทางไหน จนกว่าวันที่เราผ่านมันไปจนประสบความสำเร็จ และหันกลับมาดูการตัดสินใจของเรา

ถ้าวันนี้เรามีรายได้เพิ่มเติม อีกช่องทางหนึ่งมันคงจะดี แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ลองมองดูทางนี้
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหางานออนไลน์อยู่ นี้อาจจะเป็นการหางานออนไลน์ที่คุณกำลังตามหา
เพราะมันเป็นทำงานออนไลน์ในรูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหางานออนไลน์ในอินเตอร์เน็ตและที่สำคัญทุกอย่างเราทำผ่านระบบ ออนไลน์ หมดเพราะฉะนั้นเราจึงกล้าพูดว่านี่คือการตามหางานออนไลน์ ที่แท้จริงอยู่แล้วเป็นการหางานออนไลน์ ที่คุณมองหากันอย่างยาวนาน ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของเราเอง


แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Scroll Up
error: Content is protected !!
%d bloggers like this: